UFA1688.CO เว็บแทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ในไทย
LINE ID : @u1688
LINE ID : @u1688 (มี@ด้วยนะคะ)
ประกาศข่าวสาร
UFA1688.CO เว็บเดิมพันออนไลน์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ บริการรวดเร็วทันใจ มั่นคงปลอดภัย100% LINE : @u1688

แมนยูไนเต็ด แมนยู ฉบับรายเดือน 11/2020 ตอนที่ 3


แมนยู หน้า 54

"เทเดน เมนจี้"

"เทเดน เมนจี้" หลังแววดีวัย 18 ปี

เทเดน เมนจี้

ในฤดูกาลนี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีดาวรุ่ง

แมนยู ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งคือ เทเดน เมนจี้ เซนเตอร์แบ็ก วัย 18 ปีที่สามารถก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้ในปีนี้ หลังจากที่ปีที่แล้วเจ้าตัวได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทัพปีศาจแดงชุดใหญ่ไป 3 เกมหลังจากที่กลับมาเตะหลังพักเบรกช่วงโควิด-19 ทำให้เป็นที่น่าจับตามองว่าดาวรุ่ง รายนี้จะได้โอกาสมากแค่ไหนจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เฮดโค้ชชุดใหญ่ของ แมนฯยูไนเต็ด หลังจากที่ยังไม่สามารถหาคู่หูเข้ามาเล่นกับทาง แฮร์รี่ แม็กไกวร์เนื่องจาก วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ยังไม่สามารถหาฟอร์มเก่งของตัวเองได้ รวมไปถึง เอริก ไบยี่ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอด ส่วนทาง อักเซล ตวนเซเบ้ นั้นก็ยังไม่กลับมาจากอาการบาดเจ็บ ส่วนในรายของ ฟิล โจนส์กับ มาร์กอส โรโฮ นั้นดูจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา นั้นจึงทำให้ฤดูกาลนี้จะเป็นโอกาสที่ดีที่ เทเดน เมนจี้ แมนยูจะได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพของตัวเองในทัพชุดใหญ่ของปีศาจแดง

ประวัติของเจ้าหนู “เมนจี้" แมนยู

เทเดน เมนจี้ เกิดวันที่ 30 เมษายน ปี 2002 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันอายุ 18 ปี มีเชื้อสายเป็นลูกครึ่ง อังกฤษ-แองโกลา ส่วนสูง 183 เซนติเมตร ประจำการในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ถนัดเท้าขวา ปัจจุบันสังกัดอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดสำรองและสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังในทัพชุดใหญ่ได้ในฤดูกาลนี้แมนยู

การเล่นให้กับทางแมนฯ ยูโนเต็ด

เทเตน เมนจี้ แมนยูได้เข้ามาปลุกปั้นตัวเองกับทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 ตอนเขาอายุ 16 แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ เจ้าหนูรายนี้กลับมีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในระยะเวลาแค่ไม่ถึงปีจากการเล่นให้กับทีมชุด ยู-16 ปี เทเดน เมนจี้ ก็ได้กลายเป็นตัวหลักของทีมชุด ยู-18 แล้ว ทำให้เขาได้ลงเล่นไป 21 เกมในฤดูกาล 2018-19 ตัดภาพกลับมาที่ฤดูกาลปัจจุบันหรือ 2019-20 นอกจากเรื่องผลงานในสนามแล้ว เทเดน เมนจี้ ยังแสดงให้เห็นถึงทักษะและภาวะความเป็นผู้นำที่ดีเยี่ยม นั่นก็เลยทำให้เขานั้นได้กลายเป็นกัปตันทีมชุด ยู-18 และก็เป็นส่วนสำคัญที่พา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตีตั๋วสู่รอบรองชนะเลิศ เอฟเอ ยูธ คัพ ด้วย

แมนยูฟอร์มที่พัฒนาอย่างทั่วกระโดด

เมื่อโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่องบวกกับวิวัฒนาการที่ก้าวกระโดดมันก็เลยทำให้ เทเดน เมนจี้ ได้โอกาสก้าวขึ้นมาอีกระดับกับการรับใช้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อมาถึงจุดๆ นี้แล้วคำถามก็คือ “เทเดน เมนจี้ พร้อมแล้วรึยัง ? สำหรับการก้าวขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่”

โค้ชชุด ยู-23 อย่าง นีล วูด ได้ให้คำตอบกับเรื่องนี้ว่า “เขาสามารถก้าวขึ้นมาเล่นกับเราได้ไวมากในฤดูกาลนี้ และในเรื่องของเซ้นส์บอลนั้นเขาค่อนข้างมีความคล้ายกับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ เขาก้าวขึ้นมาจากทีมชุด ยู-18 เขาคว้าโอกาสที่มีเอาไว้ได้ดีมากๆ สำหรับ เมนจี้ เขาโชว์

แมนยู หน้า 55 (ต่อจากเดิม)

ฟอร์มได้ดีและรักษาตำแหน่งตัวจริงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และเมื่อเขากลับไปเล่นให้ทีมชุด-18 เขาก็เล่นได้ดียิ่งกว่าเก่าในศึก เอฟเอ ยูธ คัพ”

“ตอนนี้เรากำลังมองถึงการทํางานในฤดูกาลหน้า และเราเองก็ต้องการทำให้เป็นเหมือน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ นั่นคือการผลักดันเขาขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่”

ตัวเลือกโนแผงหลังที่ฟอร์มยังไม่มี

ถ้าไปดูตามแมนยูหน้าสื่อต่างประเทศ ณ เวลานี้จะเห็นได้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นกำลังมองหาเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ว่าหลังจากที่ตลาดได้ปิดตัวลงไป ทัพปีศาจแดง ก็ไม่ได้ใครมาเสริมทัพในตำแหน่งของ เซนเตอร์แบ็ก เนื่องด้วยวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ส่งผลกระทบเยอะมากถึงเรื่องการเงินของสโมสรแมนยู ดังนั้นมันอาจจะทำให้พวกเขาพักเรื่องการใช้เงินในการทุ่มเสริมทัพนักเตะเข้ามาไว้ก่อน และเลือกที่จะหันไปใช้งานดาวรุ่งที่พวกเขามี ซึ่งผลงานล่าสุดของทีมในฤดูาล 2020-2021 ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าแผงหลังของทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ชุดนี้นั้นมีปัญหาอย่างหนักหลังโดนทาง สเปอร์ส บุกมายิงในบ้านตัวเองไปถึง 6-1 เป็นการแพ้ที่เยอะที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011-2012 ที่โดน แมนฯซิตี้ บุกมายิงไป 6-1 โดยที่ในปีนั้นยังเป็น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ยังกุมบังเหียนอยู่ และ ปีนั้นพวกเขาก็ได้ เสียแชมป์ ให้กับคู่ปรับร่วมเมืองไปในช่วงนาทีสุดท้ายในเกมสุดท้ายแมนยู

ส่วนกองหลังที่ “ปีศาจแดง” กำลังตามหาอยู่ในตอนนี้นั้นต้องเป็นเซนเตอร์แบ็กที่มีความเร็วและมีคล่องตัวสูง เพราะนี่คือคุณสมบัติที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ไม่มี ส่วนทาง เอริก ไบยี่ นั้นจะมีความเร็วแต่ก็เป็นกองหลังที่ได้รับอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อย ดังนั้นการจะให้โอกาสกับ เทเดน เมนจี้ ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ถึงแม้เจ้าตัวจะมีประสบการณีน้อยกว่าคนอื่นในทีม แต่นี่คือนักเตะที่มีสปีดความเร็วมากที่สุดในก๊วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอันดับที่ 4 ในการวัดระดับครั้งล่าสุด โดยเป็นรองแค่เพียง เจสซี่ ลินการ์ด, อักเซล ตวนเซเบ้ และ แดเนียล เจมส์ เท่านั้น

แมนยู หน้า 56

"ฮันนิบาล"

เจ้าหนู "ฮันนิบาล" ว่าที่จอมทัพคนต่อไป

ฮันนิบาล

แมนยู ในฤดูกาล 2020-2021นี้หลายๆ คนคงอยากจะเห็นเหล่าดาวรุ่งที่จะขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ว่าใครที่จะสามารถก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้ในฤดูกาลที่แล้วนั้นเป็นทาง แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ที่สามารถก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้ แต่ในฤดูกาลนี้ยังมีดาวรุ่งอีกคนหนึ่งที่น่าจับตามองได้แก่ ฮันนิบาล เมจบรี้ เจ้าหนูวัย 17 ปี ที่ได้ย้ายมาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ดในช่วงซัมเมอร์ปี 2019

ประวัติของเจ้าหนู "ฮันนิบาล”

เจ้าหนู ฮันนิบาล เมจบ เกิดในวันที่ 21 มกราคม 2003 ที่อีฟรี-ซูร์-เซย์เน่ เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เขาเริ่มต้นในศูนย์ฝึกชื่อดังระดับโลกอย่าง “แกลร์ฟงแต็ง" ที่ที่สร้างนักเตะระดับโลกมากมายอาทิเช่น เธียร์รี่ อองรี และ นิโกล่าส์ อเนลก้า จากนั้นก็ไปร่วมทีมเยาวชนกับสโมสร ปารีส แอฟเซ และ อาเซ บูโลญจน์ - บียองคอร์ต ก่อนจะย้ายสู่ โมนาโก ในปี 2017

ทาง แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นได้ต่อสู้อย่างหนักหน่วงกับทั้ง ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า และอาร์เซน่อล ในการล่าลายเซ็นของเขาในปี 2014 ก่อนจะเอาชนะไปได้ ด้วยการจ่ายเงินก้อนแรกให้ยักษ์แห่งฝรั่งเศส 4.2 ล้านปอนด์ ซึ่งเมื่อรวมกับโบนัสต่างๆอาจสูงถึง 8.4 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

แข้งวัย 17 ปี ยิ่งไป 1 ประตู 3 แอสซิสต์ ในการลงเล่น 13 เกมให้ทีมชุดอายุไม่เกิน 18 ปีของยูไนเต็ด และช่วยพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศในศึกเอฟเอ ยูธ คัพ ได้สำเร็จ จากนั้นไม่นานเขาก็ถูกดึงขึ้นไปเล่นกับชุดสำรอง หรือชุดอายุไม่เกิน 23 ปี โดยทำผลงานน่าทึ่ง ด้วยการแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีม 3 ครั้ง ใน 5 เกมแรกที่สัมผัสศึกพรีเมียร์ลีก 2

ขณะที่ในระดับทีมชาติเมจบที่มีเชื้อสายตูนิเซีย แต่เจ้าตัวยังคงเลือกเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ชุดอายุไม่เกิน 17 ซึ่งยิงไปได้ 2 ประตู 3 แอสซิสต์ จาก 3 เกมที่ลงสนาม โดยมีข่าวอย่างหนาหูว่าสมาคมฟุตบอลแห่ง ตูนิเซีย กำลังเจรจากับคุณพ่อและเอเยนต์ของเขาเพื่อให้ไปรับใช้ “อินทรีแห่งคาร์เธจ”

แมนยู หน้า 57(ต่อจากเดิม)

ในเรื่องเอกลักษณ์ของเมจบทรงผมฟูๆ ของเขาเคยถูกแฟนคู่รักคู่แค้นอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ร้องเพลงเย้ยหยันใสในเกม เอฟ เอ ยูธ คัพ ว่า “Side-show Bob (ตัวละครผมฟูจากการ์ตูน The Simpson) แม่งโคตรกระจอก”

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียสมาธิแต่อย่างใด และปรบมือทีหลังย่อมดังกว่า เมื่อเมจบพาปีศาจแดงชนะยูงทองได้สำเร็จ 1-0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนจะมาโพสไอจีพร้อมรูปตัวการ์ตูน พร้อมประโยคว่า

“ผมยอมรับว่าผมกับ Bob มีความเหมือนกันนิดหน่อย ชนะลีดส์มันหอมหวานจังแฮะ พร้อมกับรอบต่อไปแล้วจ้า”

แมนยู เจ้าหนู “ฮันนิบาล” เมจบได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์ ตอนที่เขาได้ย้ายมาสวมเมื่อปีศาจแดงว่า “มันเป็นเกียรติ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องของการพัฒนานักเตะดาวรุ่ง ซึ่งจะทำให้ผมสามารถโตได้ถูกทางเพื่อซักวันหนึ่งที่ผมจะได้มีความพร้อมสุดขีดเพื่อลงสนาม

“หากผมสามารถขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในสองปี คงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่ก่อนหน้านั้น ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับตัวผมเองเท่านั้น”

ตำแหน่งที่ถนัด

แมนยู ฮันนิบาล เมจบรี้นั้นถนัดเล่นในตำแหน่ง กองกลางตัวสร้างสรรค์เกมในบทบาทหมายเลข 10 แต่ก็สามารถยืดหยุ่นเล่นได้ในระบบกองกลาง 3 คนได้ เด็กหนุ่มเลือดเฟร้นช์รายนี้ ถูกหยิบยกไปเปรียบเทียบกับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์รุ่นพี่ร่วมชาติในค่ายปีศาจแดง ในเรื่องของเทคนิค, วิสัยทัศน์เฉียบแหลม และความเหนียวแน่นในการครองบอล

ปีศาจแดงแมนยู มีมิดฟิลด์ที่มีความสามารถที่หลากหลายอยู่ในชุดใหญ่ก็จริง แต่กับ เจสซี่ ลินการ์ด ที่กำลังเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่แน่นอน และพร้อมจะย้ายออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นถือเป็นโอกาสอันดีที่เมจบจะได้ก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ในเร็ววัน

สิ่งที่คนอื่นพูดถึงเจ้าหนูรายนี้ แมนยู

มีหลายคนที่พูดถึงเจ้าหนูรายนี้ว่าเป็นเด็กที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอลรวมถึง เทคนิค ต่าง ๆ และความเป็นผู้นำที่เขามีนั้นสามารถพาเขาขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแมนยูได้เลย

นิคกี้ บัตต์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แมนยูได้ออกมาพูดถึง ฮันนิบาล ว่า “ฮันนิบาล คือผู้นำทีมอย่างแท้จริง เขาลงสนามและวิ่งเกือบๆ 100 ไมล์ เขาไม่หยุดที่จะวิ่งขึ้นวิ่งลงเลย เขามีเส้นทางของตัวเอง เราต้องการความมั่นใจ เมื่อตอนที่เซ็นสัญญากับนักเตะ เราจะพูดคุยกับครอบครัวของนักเตะเสมอ และมอบแบบอย่างในทุกเส้นทางที่จะพาเขาก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ของยูไนเต็ด

ด้าน นิค ค็อกซ์ หัวหน้าทีมเยาวชนของปีศาจแดงกล่าวถึงเจ้าหนูรายนี้ ว่า “ฟอร์มของเขาเยี่ยมยอดมาก”

“เป้าหมายแรกของนักเตะที่มาจากต่างประเทศก็คือ การสร้างความสัมพันธ์ และความคุ้นเคยในเรื่องของการใช้ชีวิต และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว”

นั่นคือความคาดหวังเดียวที่ผมมีต่อเขาในช่วงแรก ๆ มันเป็นการรับมืออย่างจริงจัง และเขาก็สามารถทำมันได้ดี จากนั้นเราก็จะทะนุถนอมเขา และทำให้เขาเข้าใกล้ทีมชุดใหญ่เท่าที่เราจะทำได้"

“เขามีความเยือกเย็น สามารถเลี้ยงผ่านผู้เล่น และทำลายแนวรับฝั่งตรงข้ามได้ เขามีวิธีการเข้าทำที่หลากหลาย ทั้งเลี้ยงส่งยิง ทำให้เหล่านักเตะที่อายุมากกว่าเขา โดนป่วนจนเสียกระบวนไปหมด”

ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เมจบอาจจะได้ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แมนยูหลังจากที่ทีมเสีย อังเคล โกเมส ออกไปและ มีแผนจะปล่อยนักเตะชุดใหญ่ไร้ประโยชน์ออกไปอีกมาก เพราะฉะนั้นนอกจาก เมสัน กรีนวูด ตัว เมจบ เองก็อาจจะทำให้วงการลูกหนังแดนผู้ดีได้ตื่นตัวกับนักเตะเยาวชนกันอีกครั้งก็เป็นได้

ทำให้ฤดูกาลนี้เป็นที่น่าสนใจว่า เจ้าหนู ฮันนิบาล เมจบรี้ จะได้รับโอกาสจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากแค่ไหนในการที่จะให้เขาได้ลองลงสนามในฐานะผู้เล่นชุดใหญ่ หลังจากฤดูกาลที่แล้ว โซลชา ได้มอบโอกาสให้ทั้งกับ กรีนวู้ด และ วิลเลี่ยมส์ จนพวกเขาทั้ง 2 คนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังให้กับทีมปีศาจแดงชุดใหญ่ได้ ซึ่งในปีนี้เราต้องมาคอยลุ้นกันว่าลีลา ของจอมทัพวัย 17 ปีรายนี้จะมีทักษะฝีเท้าขนาดไหน

แมนยู หน้า 59

"อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล"

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

"อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล" ขวัญใจแข้งผี

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หอกเลือดน้ำหอมตัวเก่ง ได้ถูกรับเลือกให้เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2019/20 หลังจากที่เจ้าของเสื้อเบอร์ 9 ของปีศาจแดงระเบิดฟอร์มเก่งเข้าตาแฟน ๆ และทาสถิติเป็นผู้เล่นที่ยิงให้กับสโมสรแมนยูเยอะที่สุดในฤดูกาลที่แล้วยิงไปทั้งหมด 23 ประตูและทำ 12 แอสซิสต์ ในการลงเล่น 48 นัด ทุกรายการแถมยังเป็นส่วนสําคัญที่ทาให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปจบอันดับ 3 ของกตารางคว้าตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จรวมถึงการพาทีมเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูโรปา ลีก โดยแข้งชาวฝรั่งเศสได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกหลังได้รับรางวัลในครั้งนี้พร้อมทั้งยกย่อง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ที่เชื่อมั่นในตัวของเขา

“ผมว่ามันเกี่ยวกับโอกาสที่ผมได้ลงเล่นล้วน ๆ เลย ผมได้ลงเล่นในเกมแทบทุกเกมซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้ฟอร์มของผมคงที่อยู่ตลอดเวลา”

“ฤดูกาลก่อนหน้านั้นผมไม่ค่อยได้ลงเล่นซักเท่าไหร่ ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากที่จะรักษาฟอร์มไว้ได้ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าโค้ชเชื่อมั่นในตัวผม และผมก็มั่นใจเป็นอย่างมากที่จะลงช่วยทีมในฤดูกาลหน้า

(2020/21)"

“ผมจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนความมั่นใจที่ โซลชามีให้ผม ผมจะพยายามยิงประตูให้ได้และผมก็รู้ว่าผมสามารถยิงได้อีกหลายประตูแน่ มันเป็นสิ่งที่พวกเราฝึกกันมาอย่างหนัก”

สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นจากการลงเล่นของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล คือการปรับตัวเขากับสไตล์ของบอลอังกฤษได้อย่างรวดเร็วและการพัฒนาฝีเท้าได้อย่างต่อเนื่องในการลงเล่นในแต่ละนัด โดยหลังจากที่เจ้าตัวย้ายมาจาก โมนาโก ในปี 2015 เขาก็สามารถซัดไปถึง 17 ประตูในการลงเล่นฤดูกาลแรกในสีเสื้อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงแม้จะไม่ได้ถูกส่งให้ลงเล่นในตำแหน่งหน้าเป้าก็ตาม

เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ก็คงเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เฮดโค้ชที่ไว้เนื้อเชื่อใจ หอกชาวฝรั่งเศสจนสามารถระเบิดฟอร์มเก่งและคว้ารางวัลนี้มาได้ โดย โซลชา ได้กล่าวถึง มาร์กซิยาล ไว้ว่า

“ในฤดูกาลนี้ อ็องโตนี่ ได้พัฒนาตัวเองอย่างมากในหลายๆ ด้าน แน่นอนว่าผมประทับใจเวลาเห็นเข้าซัดบอลเข้าประตูได้ เขาใช้เวลาอยู่ในโรงยิมเพื่อรักษาความฟิตซะส่วนใหญ่ และทีมงานโค้ชก็ดูแลเขาได้เป็นอย่างดี ร่างกายของเขาตอนนี้มันอยู่ในจุดที่ดีที่สุดในอาชีพของเขา และเรากำลังตั้งหน้าตั้งตารอวันที่เขาจะพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก”

ผู้เล่นยอดเยี่ยมของปีศาจแดงแมนยู 10 ฤดูกาลหลังสุด

2018/19 : ลุค ชอว์

2017/18 : ดาบิด เด เคอา

2016/17 : อันโตนิโอ วาเลนเซีย

2015/16 : คริส สมอลลิ่ง

2014/15 : ดาบิด เด เคอา

2013/14 : ดาบิด เด เคอา

2012/13 : ไมเคิล คาร์ริค

2011/12 : อันโตนิโอ วาเลนเซีย

2010/11 : นานี่

2009/10 : เวย์น รูนี่ย์

แมนยู หน้า 61

"บรูโน่ แฟร์นันด์ส"

บรูโน่ แฟร์นันด์ส

ขวัญใจแฟนผี แมนยู

บรูโน่ แฟร์นันด์ส คว้ารางวัล ผู้เล่นแห่งปีเซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ ประจําฤดูกาล 2019/20 จากการโหวตของเหล่าบรรดาแฟนผีนับพันที่เทใจให้ พ่อมดโปรตุเกส คว้าอันดับ 1 ที่ 35.5 เปอร์เซ็นต์ เฉือนเอาชนะ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ที่ได้ไป 34 เปอร์เซ็นต์ โดย บรูโน่ ได้เผยถึงความรู้สึกในการได้รางวัลอันยิ่งใหญ่ของสโมสรไว้ว่า แมนยู

“มันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว คุณต้องการที่จะคว้ารางวัลมาเพื่อที่ม, สโมสรแมนยู และ แฟน ๆ แต่ผมรู้สึกมีความสุขกับรางวัลของผม”

“คุณอาจจะมองว่ามันเป็นรางวัลที่ไม่สำคัญอะไร แต่มันมีความหมายมากสำหรับนักเตะคนหนึ่ง คุณจะรู้สึกดีเสมอเวลาได้รับรางวัลแบบนี้”

การมาเล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ถือว่าเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสโมสรแมนยูเลยก็ว่าได้ โดยแข้งชาวโปรตุเกส ย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในเดือน มกราคม และทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ช่วยให้ทีมขึ้นไปจบอันดับ 3 ของตารางคว้าตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ

นอกจากนี้ บรูโน แฟร์นันด์ส ยังถือเป็นผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนแรกที่คว้ารางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจําเดือนของ พรีเมียร์ ลีก ได้ติดกันสองเดือน (กุมภาพันธ์ และ มิถุนายน) หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยทำไว้เมื่อสมัยยังเล่นให้กับปีศาจแดง อีกด้วย

ผู้เล่นแห่งปีเซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ 10 ฤดูกาลหลังสุด แมนยู

2018/19 : ลุค ชอว์

2017/18 : เดาบิด เด เคอา

2016/17 : อันเดร์ เอร์เรร่า

2015/16 : เดาบิด เด เคอา

2014/15 : เดาบิด เด เคอา

2013/14 : เดาบิด เด เคอา

2012/13 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี

2011/12 : อันโตนิโอ วาเลนเซีย

2010/11 : ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ

2009/10 : เวย์น รูนีย์

แมนยู หน้า 62

"มาร์คัส แรชฟอร์ด"

มาร์คัส แรชฟอร์ด

"มาร์คัส แรชฟอร์ด" กับรางวัลเครื่องราชอิสริยาภรณ์

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เรียกได้ว่าส่งผลกระทบทุกภาคส่วนรวมไปถึงเด็กๆ ที่ครอบครัวโดนพิษโควิดเล่นงานจนเกือบจะไม่มีอาหารดารงชีวิตต่อ

ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมา มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกคนเก่งของปีศาจแดงได้ช่วยระดมทุนเพื่อนาอาหารไปบริจาคให้กับเด็ก ๆ แถมยังได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนใจเรื่องยกเลิกการแจกคูปองสำหรับการแลกอาหารฟรีด้วย

โดยการเรียกร้องแมนยูของแข้งวัย 22 ปี ทำให้หลายคนชื่นชมเขาอย่างมาก และล่าสุดถึงขั้นได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE (Member of the Most Excellent Order of the British Empire) ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่ารู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่แบบนี้

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ในฐานะเด็กหนุ่มผิวสีจาก ย่าน ไวเช่นชอว์ แล้วนั้น ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้รับราชอิสริยาภรณ์ชั้น เอ็มบีอี โดยเฉพาะในวัยเพียง 22 ปียิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย นี้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก ๆ ทั้งสำหรับผมและสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะคุณแม่ของผมที่ควรจะได้รับเครดิตนี้ด้วยเช่นกัน"

“การต่อสู้เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ยากไร้ของเรานั้นยังไม่จบสิ้น ผมกับครอบครัวจะเดินหน้าเรื่องนี้และพูดถึงสิ่งที่พวกเขาควรได้รับต่อไป”

“พวกเราต้องรวมพลังกันเพื่อทำให้เด็ก ๆ ไม่ต้องเข้านอนโดยที่หิวโหยกันดีกว่า อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่หลายครั้งก่อนหน้านี้ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไงหรือคิตแบบไหน แต่การไม่ได้สิทธิ์ด้านอาหารไม่เคยใช่ความผิดของเด็กเลย”

เป็นพระเอกทั้งในและนอกสนามแบบนี้ จะไม่ให้แฟนๆ รักมาร์คัส แรชฟอร์ด ได้ยังไงกัน

แมนยู หน้า 63

"ประตูยอดเยี่ยม"

รางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำปี 2019/20 ตกเป็นของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เป็นผู้ชัดไปทั้งหมด 22 ประตู ในการลงเล่น 44 นัด เป็นรอง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ผู้ที่ยิงประตูมากที่สุดแค่เพียงประตูเดียวเท่านั้น

โดยประตูชัยจากลูกฟรีคิกระยะไกลของศูนย์หน้าวัย 22 ปี ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ส่งให้ปีศาจแดง เฉือนชนะ เชลซี 2-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ถูกโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมประจําฤดู 2019/20 ของสโมสรแมนยู โดยได้รับคะแนนโหวตไปอย่างท่วมท้นที่ 38% ตามมาด้วย ลูกยิง ของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเกมพบ ไบรท์ตัน ที่ 15.5%, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ในเกมพบ วัตฟอร์ด ที่ 11.3%, เมสัน กรีนวูด ในเกมพบ บอร์นมัธ ที่ 9.6% และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ในเกมพบ แมนฯ ซิตี้ ที่ 7.5%

แมนยู หน้า 64

"เจมส์ การ์เนอร์"

เจมส์ การ์เนอร์

แข้งยอดเยี่ยมทีมสำรอง

เจ้าหนู “เจมส์ การ์เนอร์” กองกลางดาวรุ่งของทีมชุดยู -23 คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทีมสำรองไปครองได้สำเร็จหลังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ยิงไปถึง 8 ประตู จากการลงเล่น 10 นัด ในการแข่งขัน พรีเมียร์ ลีก 2

แข้งวัย 19 ปี ยังเคยได้รับโอกาสให้ติดทีมชุดใหญ่ โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาจากม้านั่งสำรองในเกม พรีเมียร์ลีก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ นอริช ซิตี้ 3 - 1 รวมไปถึง เกม ยูโรปา ลีก เจ้าหนู “การ์เนอร์" ที่เคยได้รับความไว้วางใจให้ลงช่วยทีมมาแล้ว

โดยท้ายที่สุดนี้ นิค ค๊อกซ์ ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กล่าวมถึงแข้งดาวรุ่งไว้ว่า

“เจมส์ สมควรที่จะได้รับรางวัลนี้ เขาได้พัฒนาความสามารถขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายปีที่ผ่านมา เขาลงเล่นตลอดฤดูกาลด้วยฟอร์มที่สม่ำเสมอ และสกิลการทำประตูของเขาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เขาอ่านเกมออกมาได้อย่างเฉียบขาดและมีความเป็นผู้นำอยู่ในตัว”

ทั้งนี้ทางสโมสรแมนยูปีศาจแดง ได้ปล่อย “การ์เนอร์” ไปร่วมทัพ วัตฟอร์ด ในลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่จะทำให้กองกลางอนาคตไกล ได้พัฒนาฝีเท้าแล้วกลับมาเฉิดฉายในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เลยก็ว่าได้ ยังไงแฟน ๆ ก็อย่าลืมส่งกำลังใจเชียร์ให้เจ้าหนู “เจมส์ การ์เนอร์” กันเยอะๆ นะ

แมนยู หน้า 65

"แอนโธนี่ย์ อีแลงก้า"

แข้งเยอะยอดเยี่ยม แมนยู

แอนโธนี่ย์ อีแลงก้าแมนยู ในวัย 18 ปี ลงเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด ยู-18 เพียงแค่ 9 นัดก็ซัดไปถึง 7 ประตู โดยแข้งชาวสวีเดนทาผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่นจนคว้ารางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมมาครอง

ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ นิค คือกซ์ ได้ออกมาเผยถึงเหตุผลที่ทำให้ตนเลือกที่จะมอบรางวัลนี้ให้กับ แอนโธนี่ย์ แลงก้า ว่า

“แอนโธนี่ย์ ควรค่าแก่รางวัลนี้ เขาเป็นผู้เล่นที่ตื่นตัวและยิงประตูสำคัญๆให้กับทีมในฤดูกาลที่แล้ว มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผมเลือก แอนโธนี่ย์ เพราะเขาเป็นคนที่ทุ่มเทและพยายามอย่างมาก ไม่ใช่แค่ในสนามแต่กับทุก ๆ เรื่อง และนี้คือสิ่งที่เรามองหาในหมู่ดาวรุ่งของสโมสรแมนยู

แมนยู หน้า 66

"BRUNO THE HERO"

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือน มกราคมที่ผ่านมา สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศคว้าตัวกองกลางวัย 25 ปี ที่ชื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน ยอดทีมของ พรีเมร่า ลีกา โปรตุเกสในราคา 55 ล้านยูโร (ประมาณ 1,925 ล้านบาท) โดยที่ตอนนั้นแฟนๆ ไม่คาดคิดว่าเขาจะกลายเป็นคีย์แมนตัวสำคัญที่ปีศาจแดงไม่สามารถขาดได้เลยในเวลานี้

แมนยู หน้า 67(ต่อจากเดิม)

ต้องยอมรับว่าช่วงที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั้นสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ ทั้งผู้เล่นที่พากันเดี้ยงไปเป็นแถว ๆ และอันดับที่หลุดจากท็อป 4 ไปไกล ตัวรุกก็เห็นจะมีแต่ ปอล ป็อกบา ที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ แฟน ๆ ต่างตั้งหน้าตั้งรอว่าเมื่อไหร่สโมสรแมนยูรักจะเปิดตัวนักเตะที่จะมาช่วย ป๊อกบา แบกภาระอันหนักอึ้งนี้ไปซักที และในวันที่ 31 มกราคม 2563 การรอคอยของแฟน ๆ ก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อ ปีศาจแดงได้ประกาศคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาร่วมทีม

แน่นอนว่าผลงานของ บรูโน่ สมัยค้าแข้งให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน โดดเด่นมากพอที่จะทำให้ โซลชา เกิดความสนใจในตัวเขาถึงขนาดดึงตัวมาร่วมทัพ โดยแข้งเลือดฝอยทอง ซัดประตูให้ต้นสังกัดเก่าไปทั้งหมด 63 ประตู และ 52 แอสซิสต์ ในการลงเล่นทั้งหมด 137 นัด

เห็นฟอร์มโหดของ บรูโน่ ขนาดนี้แล้วก็กล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่าแข้งป้ายแดงรายนี้ต้องกลายเป็นผู้เล่นในดวงใจเหล่าบรรดาแฟนคลับเร้ด เดวิลส์ ในอนาคตแน่ ๆ แต่ใครจะไปเชื่อว่า บรูโน่ จะทำให้แฟน ๆ ตกหลุมรักเขาตั้งแต่วันที่ซูเสื้อด้วยการยอดคำหวานไว้ว่า “ความรักที่ผมมีให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเริ่มตอนที่ผมดูคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่นให้กับทีม และตั้งแต่วินาทีนั้นผมกลายเป็นแฟนคลับตัวยงของสโมสรแมนยูที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ สำหรับผมการที่ได้มาเล่นให้ แมนฯยูฯ มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ ผมสัญญากับแฟน ๆ ว่าผมจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อนำความสำเร็จและถ้วยรางวัลมาให้ทุกคน” โดยบรูโน่ได้ทิ้งท้ายการแมนยู สัมภาษณ์ครั้งนี้ไว้ว่า “ผมขอขอบคุณ โอเล่ และทุก ๆ คนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไว้ใจผม ผมรอที่จะตอบแทนพวกเขาในสนามไม่ไหวแล้ว”

แล้ว บรูโน่ แมนยูก็ทำได้อย่างที่พูดไว้จริงๆ เขาถือเป็นคีย์แมนตัวสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รักษาสถิติไร้พ่าย 14 นัดติด ตั้งแต่นัดที่ลงประเดิมสนาม เสมอกับ วูล์ฟแฮป์ตัน แบบไร้สกอร์ เมื่อวันที่ 1กุมภาพันธ์ ยันเกมส่งท้ายฤดูกาลที่ ปีศาจแดงบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ 2-0 จนทําให้ทีมไต่อันดับขึ้นไปจบในพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จโดย พ่อมดโปรตุเกส ยิงไปทั้งหมด 8 ประตู และทำอีก 7 แอสซิสต์ในฤดูกาลที่แล้ว

ถ้าหากแฟน ๆ มีเวลาว่างจนไม่รู้จะทำอะไร อยากให้ลองมาทำตารางพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว ของพวกท็อป 5 หลังจากที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ย้ายเข้ามาเล่นในลีกผู้ดีดู แต่ถ้าไม่ว่างขนาดนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้เราทำมาให้ดูแล้ว

1.แมนฯ ยูไนเต็ด

แข่ง : 14

ชนะ : 9

เสมอ : 5

แพ้ : 0

แต้ม : 32

2.แมนฯ ซิตี้

แข่ง : 14

ชนะ : 10

เสมอ : 0

แพ้ : 4

แต้ม : 30

3.ลิเวอร์พูล

แข่ง : 14

ชนะ : 9

เสมอ : 2

แพ้ : 3

แต้ม : 29

4.อาร์เซนอล

แข่ง : 14

ชนะ : 8

เสมอ : 2

แพ้ : 4

แต้ม : 26

5.เชลซี

แข่ง : 14

ชนะ : 8

เสมอ : 2

แพ้ : 4

แต้ม : 26

เห็นได้ชัดเลยว่า ปีศาจแดง แมนยู สามารถเก็บแต้มได้เยอะที่สุดตั้งแต่ บรูโน่ เข้ามามีส่วนร่วมในทีม พูดง่ายๆ เลยก็คือ ชายที่ชื่อบรูโน่ แฟร์นั้นด์ส เข้ามายกระดับทัพปีศาจแดง ได้อย่างชัดเจน และไม่ใช่แค่แฟน ๆ ที่คิดแต่ยังรวมไปถึง ตานานฉายา ปีกพ่อมด ไรอัน กิ๊กส์ ที่ถึงขนาดเอ่ยปากชม แข้งเลือดฝอยทองไว้ว่า “ต้องยอมรับเลยว่า บรูโน คือจุดเปลี่ยนของทีม เขาสามารถสร้างสีสันในเกมบุกให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างยอดเยี่ยม

บรูโน่ กับปลอกแขนกัปตัน แมนยู

“เราควรจะต้องเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิวะ!” คือคำพูดของ บรูโน่ ในห้องแต่งตัวระหว่างพักครึ่งเกมที่ ปีศาจแดงเปิดบ้านพ่ายต่อ สเปอร์ส 1-6 ถือเป็นหนึ่งในหลายๆโอกาสที่เราได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของแข้งโปรตุกีส บวกกับความสามารถในสนามที่เรียกได้ว่านัดไหนมี บรูโน่ นัดนั้นมีเฮ แล้วนั้น น่าจะทำให้ บรูโน่ แฟร์นันด์สสวมปลอกแขนกัปตันทีมปีศาจแดงได้ไม่ยาก

จากการให้สัมภาษณ์ของเพื่อนร่วมทีมอย่าง ลุค ชอว์ ตัวรุกเลือดฝอยทองยังโชว์ภาวะความเป็นผู้นำแม้ว่าเขาพึ่งจะย้ายมาเล่นได้ไม่นานซักเท่าไหร่ก็ตาม

แมนยู หน้า 68(ต่อจากเดิม)

“บรูโน่เป็นคนที่น่าทึ่งมาก” ชอว์ กล่าว “สิ่งที่มันยากที่จะเชื่อที่สุดคือการที่เขามาอยู่กับเราแค่ระยะเวลาสั้น ๆ แต่สิ่งที่ติดตัวเขามาและความสามารถที่เขามีไม่ว่าจะเป็นในสนามหรือแม้กระทั้งในห้องแต่งตัว เขาคือผู้นาของเราอีกคนนึงเลย”

แน่นอนว่าสิ่งที่ บรูโน่ แสดงให้ทุกๆคนเห็นย่อมรับรู้ไปถึงนายใหญ่อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดยอดีตตำนานของปีศาจแดง ก็ได้ออกมายืนยันถึงความเป็นผู้นำของ บรูโน่ อีกเสียง

“เขาเป็ผู้ควบคุม, ผู้นำ และ ผู้ชนะ เขาต้องการที่จะชนะ ตราบใดที่ความพยายามของเขาไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เขาจะถือว่าสิ่งนั้นยังไม่ดีพอ ซึ่งมันทำให้ผมประทับใจเป็นอย่างมาก”

“มันเป็นสิ่งที่คุณเห็นมาก่อนหน้านี้ (ความสามารถของ บรูโน่สมัยยังไม่ย้ายมา แมนฯ ยูไนเต็ด) แต่ยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริง จนกระทั่งเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผมรับรู้ได้เลยว่า เขาคือ นักเตะระดับหัวกะทิเลย”

และแล้วช่วงเวลาที่แฟน ๆรอคอยก็มาถึง เมื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องขาด กัปตันทีมอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่มีอาการบาดเจ็บจนทำให้ไม่ได้เดินทางไปเล่น ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ ปีศาจแดงมีโปรแกรมลงฟาดแข้งกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

แน่นอนว่าโจทย์การหาผู้รับปลอกแขนกัปตันทีมของ โซลซา ในช่วงโมงนี้ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่และจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ สตาร์หมายเลข 18

หลังจากได้รู้ข่าวว่าบอสใหญ่ได้ให้ความเชื่อถือในการนำทีม บรูโน่ ก็ได้เผยความรู้สึกว่า “ผมไม่เคยคาดคิดเลย ผมพึ่งพร้อมทุก ๆ คนนั้นแหละ แน่นอนว่าสำหรับผม มันเป็นเกียรติของผมมากที่จะได้เป็นกัปตันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันสำคัญกับผมมาก ๆ”

บรูโน่ กล่าว “ผมคิดว่ากัปตันคือผู้เล่นทุกคนนั้นแหละ ทุกคนย่อมมีความเป็นผู้นำในตัวเองกันทั้งนั้น พวกเขาต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อที่จะส่งทีมไปให้ถึงเป้าหมาย

การที่ โซลชา ส่ง บรูโน่ แฟร์นั้นต์ส ลงสนามในฐานะกัปตันทีมในเกมนี้จะสร้างบรรยากาศในเกมที่ต่างออกไปอย่างแน่นอน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีเสียงทักท้วงของแฟนๆ หนาหูถึงการเป็นกัปตันของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่เห็นได้ชัดว่า แข้งชาวอังกฤษยังไม่มีวุฒิภาวะเท่าที่ควร สุดท้ายแล้วตาแหน่งกัปตันผีจะตกเป็นของใคร บรูโน่ จะสามารถแสดงศักยาภาพให้ โซลชา เปลี่ยนใจได้มั้ย แฟน ๆ คงต้องติดตามกันไปยาวๆ

ผมกับบอสไม่ได้ผิดใจกัน! แมนยู

แน่นอนว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าจดจําเท่าไหร่ สำหรับเหล่าแฟนผีที่ต้องเห็นทีมรักของตัวเองโดน "ไก่เดือยทอง” ยำเละคาโรงละครแห่งความฝัน แต่จะไม่ให้พูดถึงประเด็นที่สื่อกำลังประโคมข่าวเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลังเกมดังกล่าวก็คงไม่ได้

สารพัดสื่อได้ออกมารายงานว่า ระหว่างช่วงพักครึ่งเวลา บรูโน หัวเสียกับฟอร์มของการเล่นของทีมมาจนถึงขั้นปะทะฝีปากกับเพื่อนร่วมทีมและ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของทีมเลยที่เดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลืออีกว่า บรูโน่เคือง โซลชา มากๆ เปลี่ยนตัวเขาออกจากสนามในช่วงพักครึ่งทั้งๆ ที่ ปีศาจแดงตามอยู่ 1-4 แล้วเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 จากการที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนไล่ออกไป ทำให้แฟน ๆ เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ของทีมที่เดิมก็เลวร้ายอยู่แล้วว่าอาจจะแย่ลงกว่าเดิม

แมนยู หน้า 69(ต่อจากเดิม)

โดยล่าสุดแข้งเลือดฝอยทองก็ได้ออกมาสัมภาษณ์หลังเกมยูฟา เนชั่นส์ ลีกเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ทีมชาติโปรตุเกสของ บรูโน่ ถล่ม สวีเดน 3-0 สยบทุกข่าวลือที่สื่อกำลังให้ประเด็นอยู่ตอนนี้

“พวกสื่อสร้างประเด็นไปเรื่อยแหละ ตอนแรกก็บอกว่าผมทะเลาะกับเพื่อนร่วมทีม พอข่าวเงียบไป ก็สร้างกระแสว่าผมมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่ง (วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ) พอปั่นกระแสไม่สำเร็จ ที่นี้เลยบอกว่าผมทะเลาะกับ โซลชา”

“พวกเขาแค่อยากทำให้ทีมเราแตกหักกัน ซึ่งมันไม่ใช่ความจริงเลย” บรูโน่ กล่าวยืนยัน

“ผมถูกเปลี่ยนออกในช่วงพักครึ่งก็จริง แต่นั้นเป็นการเปลี่ยนแผนการเล่น โค้ชบอกผมว่า เกมนี้มันจบแล้วล่ะ เรามีการแข่งขันอีกเยอะที่ยังรอเราอยู่ แน่นอนว่าผมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ผมไม่เคยปริปากอะไรที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อทีมออกไป”

ทั้งนี้ บรูโน่ ได้กล่าวทิ้งทายเป็นการส่งสัญญาณให้ยุติเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ว่า

“อย่าเอาชื่อของผม, เพื่อนร่วมทีมของผม หรือ โค้ช มาทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหา บรรยากาศของทีมกำลังไปด้วยดี เราจะพิสูจน์ให้พวกคุณเห็นในเกมนัดต่อไป”

แมนยู เบื้องหลังท่าดีใจของพ่อมดโปรตุเกส

ถือว่าเป็นท่าที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน สำหรับการแสดงความดีใจในแบบฉบับของ บรูโน แฟร์นันด์ส จนทำให้แฟน ๆ ต่างตั้งคำถามถึงเหตุผลของการเอามือไปป้องหูทั้งสองข้างหลังทำประตูได้ โดยแข้งเลือดฝอยทองก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจให้กับหลาย ๆ คนถึงที่มาที่ไปของท่าดีใจนี้

“มันเป็นเรื่องยาวพอสมควรเลย เมื่อก่อนตอนผมเล่นให้สปอร์ติ้ง ลิสบอน ลูกสาวของผมอยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ บางครั้งเวลาผมกับภรรยาพูดกัน ลูกสาวผมจะเอามือมาปิดหู หลังจากนั้นผมก็เลยตัดสินใจเอาท่านี้มาเป็นท่าดีใจ”

“ผมว่าผมจะต้องตกลงกับสถานีโทรทัศน์แล้วล่ะ เพราะพวกเขาไม่เคยถ่ายติดจังหวะฉลองประตูของผมเลย มันทำให้เวลาที่ผมโทรศัพท์ไปหาลูกสาวหลังจบเกมเธอชอบบอกว่า “หนูไม่เห็นพ่อทำมันเลย” บางครั้งผมจาเป็นต้องส่งรูปภาพไปให้เธอเพื่อเป็นหลักฐานว่า ดูสิ พ่อทำจริงๆนะ”

“ตอนนี้ลูกสาวผมรู้แล้วว่าผมทำท่านั้นเพื่อเธอ แล้วเธอก็ย้ำกับผมเสมอว่า พ่อต้องยิงให้ได้สองประตูนะให้หนูกับแม่ และผมก็ทำได้ในนัดเจอกับ ไบรท์ตัน แต่ตอนนี้ภรรยาของผมกำลังตั้งครรภ์ลูกอีกคนอยู่ เธอก็มาบอกผมว่า ที่พ่อยิงมันแค่สองลูกเอง ตอนนี้พ่อต้องยิ่งสามลูกสิ ลูกแรกให้หนู ลูกที่สองให้น้อง และลูกที่สามให้แม่” บรูโน่ได้เผยถึงคำพูดที่ลูกสาววัยกำลังน่ารักได้พูดกับเขา

“มันจะเป็นงานยากของผมในอนาคตเลย ผมต้องยิงมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่ามันจะดีกว่าถ้าในเกมนึงผมยิงซัก 4-5 ประตู นัดต่อๆ ผมจะได้มีโอกาสพักบ้าง”

นอกจากทำหน้าที่ในสนามได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว บรูโน่ ก็ยังทำหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวได้ดีไม่แพ้กัน เราก็หวังว่าจะได้เห็นท่าดีใจนี้บ่อยๆ ในฤดูกาลนี้และฤดูกาลต่อ ๆ ไป

แมนยู หน้า 70

"เพชฌฆาตมือหนึ่ง!"

สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ทำประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับ พรีเมียร์ลีก เมื่อ “ปีศาจแดง” กลายเป็นทีมที่ได้ลูกจุดโทษมากที่สุดใน 1 ฤดูกาลเยอะที่สุดในบรรดาทีม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 โดยได้ไปทั้งหมดถึง 14 ครั้ง โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส อาสารับหน้าที่สังหารจุดโทษให้กับ “ปีศาจแดง” และก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังจนได้รับความไว้วางใจให้เป็นมือ 1 ในการสังหารจุดโทษในปัจจุบันนี้แมนยู

และแน่นอนว่าการได้จุดโทษถึงขนาดสร้างสถิติใหม่ขนาดนี้จะถูกเหน็บแนมว่าเป็นทีมแชมป์จุดโทษก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก แถมบรูโน่ ก็ไม่วายโดนตั้งฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อจุดโทษ โดยสตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ก็ได้ออกมาตอกกลับแบบทันควัน

“ผมรู้ว่าทุกคนคิดว่าการยิงจุดโทษมันเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่จุดโทษเนี่ยมันตัดสินการแพ้ชนะในรอบชิงชนะเลิศได้เลยนะ!”

“มันง่ายสำหรับพวกที่อยู่หน้าทีวี พวกเขาก็แค่พูดว่าผู้รักษาประตูพุ่งไปทางซ้ายแล้ว นายยิ่งไปทางขวาสิ! สำหรับคนยิ่งจริงๆ แล้วมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก”

“ผมรู้สึกมีความมั่นใจเป็นอย่างมากในการยิงลูกโทษ และแน่นอนผมอยากจะรับหน้าที่ยิงมัน แต่ถ้าหากเพื่อนร่วมทีมของผม เดินเขามาขอรับหน้าที่ ผมก็จะหลีกทางให้แต่โดยดี ผมเชื่อในตัวเพื่อน ๆ ของผม ทั้ง แรชฟอร์ด, แอนโธนี่ และ ปอล ต่างก็มีความสามารถในการยิงทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดมันคือการได้ทำประตูให้กับสโมสรแมนยู ไม่ว่าจะเป็นตัวผมหรือคนอื่น ๆ ก็ไม่สำคัญ”

แมนยู ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บรูโน่ แฟร์นันต์ส คือนักเตะที่สังหารจุดโทษได้แม่นที่สุดคนหนึ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมีมา โดยแข้งเลือดฝอยทองได้ให้สัมภาษณ์ถึงเคล็ดลับในการยิงจุดโทษของตนว่า

“จริง ๆ แล้วผมก็ไม่มีความลับอะไรหรอกนะ ผมว่ามันเกี่ยวกับการฝึกฝนมากกว่า ผมชอบที่จะฝึกซ้ำไปซ้ามา และก็สังเกตุผู้รักษาประตู จุดที่พวกเขายืนและลักษณะการเซฟของพวกเขา มันทำให้ผมตัดสินใจได้ว่าจะยิงแบบไหน”

“ผมไม่มีเทคนิคเฉพาะตัวเวลายิงหรอก ส่วนใหญ่มันขึ้นอยู่ 3 กับความรู้สึกล้วน ๆ เวลาเราเปลี่ยนท่ายิง บ่อย ๆ มันก็เป็นการยากที่ผู้รักษาประตูจะเดาทิศทางออก คุณจะเห็นได้เลยว่าบางนัดผมก็กระโดดก่อนที่จะยิง แต่บางครั้งผมก็ไม่ทำ มันควรจะเป็นแบบนี้มากกว่า”

ตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด บรูโน่ ได้รับโอกาสให้สังหารลูกโทษไปทั้งหมด 11 ลูก โดยสตาร์ชาวโปรตุเกส ซึ่งจะเสียสถิติสังหารเข้าร้อยเปอร์เซ็นต์ ในเกมวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ในนัดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ นิวคาสเซิล 4-1 ซึ่ง บรูโน่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว บีบีซี ว่า

“ผมหวังว่าจะให้บอลเสียบมุมเข้าไปมากกว่านี้ แต่มันไม่ได้เป็นแบบที่ตั้งใจไว้ ผมขอแสดงความยินดีกับเขาด้วย (คาร์ล ดาร์โลว์) ที่ได้เป็นผู้รักษาประตู พรีเมียร์ลีก คนแรกที่สามารถเซฟลูกโทษของผมไว้ได้ ผมได้รับโอกาสยิงทั้งหมด 11 ครั้ง แต่ตอนนี้มันพลาดไปแล้วครั้งนึง ตอนนี้ทุกคนคงพูดได้แล้วว่าผมก็พลาดเป็นนะ” บรูโน่กล่าวติดตลก

สิ่งที่สังเกตุได้จากการยิงลูกโทษครั้งนี้คือ บรูโน่ ได้เปลี่ยนสไตล์การยิงของเขาไป จากที่เครื่องหมายการค้าของเขาคือการกระโดดหนึ่งจังหวะก่อนจะแปเข้าไป ซึ่ง บรูโน่ ก็ได้อธิบายถึงเหตุผลในการเปลี่ยนในครั้งนี้ว่าแมนยู

“ผมเริ่มที่จะเปลี่ยนสไตล์การยิงจุดโทษ และแน่นอนว่าวันนี้มันไม่ได้ผล ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงมันจะเป็นผลดีต่อเกมแต่สำหรับเกมนี้มันไม่ใช่การเลือกที่ถูก ผมต้องพยายามให้ดีกว่านี้ในเกมต่อไป”

“สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลัง" แน่นอนว่าแมนยูไม่ช้าก็เร็ว สถิติย่อมพร้อมที่จะถูกทำลายได้เสมอ ซึ่งการพลาดครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับอีก 10 ลูกที่ บรูโน่ได้ยิงให้ แฟนผีได้เฮกันวันนี้เราเลยนำ 10 ลูกโทษของ บรูโน่ ในสีเสื้อของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาให้ชมกัน

1.เกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ บรูโน่ ซัดลูกโทษให้แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ วัตฟอร์ด 1-0 ก่อน ที่ปีศาจแดงจะถล่มเอาชนะไป 3-0

2.เกม ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมเลก 2 แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม คลับบรูช 5-0 โดย บรูโน่ ซัดลูกโทษเบิกร่อง

3.เกม พรีเมียร์ ลีก หลังปลด ล็อกดาวน์ แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกสเปอร์ส น้ำอยู่ 1-0 ก่อนที่ ปอล ป็อกบา จะ

มาเรียกลูกโทษในนาที 81 และเป็น สตาร์ชาวโปรตุเกส รับหน้าที่ซัดประตูตีเสมอช่วยให้ทีมแบ่งแต้มไปได้สำเร็จ

4.เกมพรีเมียร์ ลีก นัดที่ 34 แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 โดย บรูโน่ ซิตลูกโทษให้ปีศาจแดงขึ้นนำ 1-0

5.ศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด พบกับเชลซี โดยเกมนี้ สิงโตน้ำเงินคราม ยิงรัว 3-0 ก่อนที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จะเรียกจุดโทษในช่วงท้ายเกม และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่ตีไข่แตกให้ทีมมาเป็น 1-3

6.แมตช์ส่งท้าย พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2019 120 ที่พบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ โดย บรูโน่ ซัดลูกโทษให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 ใน

แมนยูหน้า 73 (ต่อจากเดิม)

นาทีที่ 71 ก่อน เจสซี่ ลินการ์ดที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงประตูแรกของเจ้าตัวในฤดูกาลให้ทีม เอาชนะ 2-0 จบอันดับ 3 ของตารางคว้าตั๋วไป แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ

7.เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ ควอเตอร์ ไฟนอล พบกับ เอฟซี โคเปนเฮเก้น โดยเกมนี้เยื้อกันมาจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ หลัง 90 นาที ยังเสมอกัน 0-0 โดย ปีศาจแดง มาได้ประตูจาก ลูกโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ช่วยส่งให้ทีมเฉือนหวิวเข้ารอบต่อไป

8.เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ พบกับ เซบีย่า โดย แมนฯ ยูไนเต็ด มาเรียกลูกโทษได้ตั้งแต่นาทีที่ 9 จากจังหวะ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดนทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ บรูโน่ รับหน้าที่สังหารให้ทีมขึ้นนำ 1-0 แต่หลังจากนั้น เซบีย่า รัวใส่สองประตู ปาดหน้าเข้ารอบชิงฯไปด้วยสกอร์ 2-1

9.เกมประเดิมสนาม พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 สุดดราม่า ที่ทัพปีศาจแดงบุกไปเยือนถิ่น ไบรท์ตัน โดย แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ลูกโทษในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งหลัง และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส เจ้าเดิมรับหน้าที่เป็นฮีโร่ให้ทีมเฉือนชนะไป 3-2

10.เกมพรีเมียร์ ลีก ระหว่าง ยูไนเต็ด เปิดบ้านพ่ายต่อ สเปอร์ส 1-6 อย่างน่าอับอาย โดยเกมนี้ บรูโน่ ซัดลูกโทษให้ปีศาจแดง ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 2 แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นหลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนใบแดงไล่ออกในนาทีที่ 28 ทำให้ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 จนโดนยาแบบหมดสภาพ

แมนยู หน้า 72

"ปอล ป็อกบา" แมนยู

ปอล ป็อกบา

คาราคาซังและคาใจ

ในฐานะนักเตะค่าตัวแพงสุดของสโมสรแมนยู "ปอล ป็อกบา” เป็นสตาร์ความหวัง สาหรับการฉุดกระชาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ และพอ โอเล่ กุนนาร์ โซลซา เข้ามากุมบังเหียนปีศาจแดงก็เกิดกระแสของการสร้างทีมยุคใหม่โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง

แต่ปัจจุบัน ป็อกบา ในวัย 27 ปี และมีลูกน้อยจนเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ จนถูกคาดหวังถึงวุฒิภาวะที่โตเป็นผู้ใหญ่สมราคาหนึ่งในแข้งระดับซีเนียร์ของทีม

อย่างไรก็ตามโชคร้ายก่อนเปิดซีซั่น ป็อกบา

ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ขั้นตอนการฝึกซ้อมต่างๆ ต้องล่าช้า และสภาพความฟิตก็ไล่หลังเพื่อน ๆ ในทีม

แล้วทาง โซลชา ก็พบว่าความสดของมิดฟิลด์อย่าง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด สามารถช่วยทีมได้มากกว่าในช่วงออกสตาร์ตเลยยกตำแหน่งตัวจริงให้รับผิดชอบ ส่งผลให้ ดาวเตะฝรั่งเศส ต้องเป็นตัวสำรองอดทนซะส่วนใหญ่

ดังนั้นเป้าหมายลำดับแรกสุดของ ป็อกบา คือการกลับมายึดพื้นที่ 11 คนแรกอย่างมั่นคง

จากนั้นจึงค่อยไปสะสางปัญหาที่มันยืดเยื้อคาราคาซัง โดยเฉพาะเรื่องสัญญาฉบับใหม่ที่ทำให้ใครต่อใครคาใจ

ด้วยอารมณ์หวาดหวั่นเป็นกังวลว่า ป็อกบา จะชิ่งหนีจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแบบแสบๆ อีกครั้งเป็นคำรบที่ 2

แมนยู หน้า 73 (ต่อจากเดิม)

อย่างที่เรารู้ๆกัน ตัวของป็อกบา เดิมที่เป็นผู้เล่นเยาวชนของทีม และเป็น1ใน4นักเตะชุดอะคาเดมีที่ได้รับเลือกจากท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือของทีมชุดใหญ่ในขณะนั้น ให้ติดทีมชุดใหญ่ และตัวเขาได้รับเสื้อหมายเลข 42 ซึ่งดูเหมือนว่าอนาคตของป็อกบากำลังจะไปได้สวยกับทีม แต่ทว่าตัวเขาลงไปเล่นให้กับทีมสำรองเป็นหลัก ทำใจเจ้าตัวไม่แฮปปี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการไม่ต่อสัญญากับทีมในเวลานั้น

ช่วง กรกฎาคม ปี 2012 ป็อกบาเดินทางไปตรวจร่างกายกับ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่ในอิตาลี โดยเซ็นสัญญากัน 4 ปี และมันทำให้ทุกคนรู้จักผู้ชายที่ชื่อ ปอล ป็อกบา

ป็อกบา ลงสนามต่อเนื่องในสีเสื้อของยูเว่ ในฤดูกาล 2012/13 เขาลงเล่นให้ทัพม้าลายไป 27 เกม ทำได้ 5 ประตู และพาทีมคว้าแชมป์ลีก ซึ่งมันทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมไปโดยปริยาย และอีก 3 ฤดูกาลถัดมา ตัวของป็อกบาก็คว้าแชมป์ลีกได้ทุกปีกับยูเวนตุส โดยตัวเขามีจุดเด่นที่การครองบอลได้ดี เปิดบอลแม่นยำ และยังมีทีเด็ดที่การยิงไกล

แมนยู หน้า 74 (ต่อจากเดิม)

ด้วยผลงานของเขากับยูเว่ ทำให้ป็อกบา ตกเป็นข่าวกับทีมดังมากมาย และหนึ่งในนั้นคือแมนฯยูไนเต็ด ในขณะนั้นคุมทีมโดย โชเซ่ มูรินโญ่ เขาควักเงินซื้อ ป๊อกบา ด้วยค่าตัวถึง 89 ล้านปอนด์!! ซึ่งเป็นสถิติโลกในเวลานั้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามตั้งแต่ป๊อกบา ย้ายกลับเข้ามาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลับยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนตอนอยู่ยูเวสตุสเลย ด้วยค่าตัวมหาศาลขนาดนี้ บวกกลับผลงานที่ยังไม่ปัง มันจึงเป็นที่มาที่ทำให้ตัวของเขาโดนแฟนบอลล้อเลียนอยู่บ่อยๆว่า เอาแต่ตัดผมบ้างแหละ เอาแต่เต้นบ้างแหละ ทำไมไม่เอาเวลาไปซ้อมบอลนั้นแหละครับด้วยค่าตัวขนาดนี้ และกองกลางรายนี้อยู่กับทีมมาถึง4ปีแล้ว ยังทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน ขณะนี้เหลือสัญญากับ ทีม จนถึงซัมเมอร์ปี 2021 เท่านั้น อนาคตของป็อกบา กับ แมนฯยูฯ จะออกหน้าไหน อีกไม่ช้าเราคงได้รู้กัน

แมนยู หน้า 76

"ความฝันของ ป็อกบา กับ มาดริด

ปอล ป็อกบา มีสัญญาเหลืออยู่กับทีมถึงซัมเมอร์ปี 2021 แต่ทีมยังมีออปชั่นขยายสัญญา 1 ปี อย่างไรก็ตามความคืบหน้าในการต่อสัญญาจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ละยิ่งไปกว่านั้นเจ้าตัวยังออกมาพูดว่าฝันที่จะเล่นในสีเสื้อของราชันชุดขาวอีกด้วย ในเรื่องของความเป็นไปได้ ผมมองว่าก็มีโอกาสเป็นไปได้ แน่นอนว่าเปิดฤดูกาลนี้มาทีมก็ยังทำผลงานได้ไม่ดี และตัวของป็อกบาเองก็อยากที่จะได้แชมป์... เรอัล มาดริดจึงเป็นจุดหมาย

“เราเคยได้ยินเรื่องราวมากมายที่มีการพูดกัน แล้วจะตอบยังไงละ ? ใช่ นักฟุตบอลทุก ๆคนอยากไปเล่นให้ เรอัล มาดริด ทั้งนั้นบางทีมันเป็นเหมือนฝันสำหรับผม แล้วทำไมมันจะเป็นไปไม่ได้ซักวันหนึ่งละ "

นี่คือคำพูดเปิดใจของ ป็อกบา เกี่ยวกับเรื่องอนาคต ของเขาในสีเสื้อของปีศาจแดง แต่อย่างไรก็ตามสำหรับตอนนี้ ป็อกบา ยืนยันว่าจะขอมีสมาธิช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้น โดยหวังจะนำต้นสังกัดกลับมาสู่ฟอร์มที่สุดยอดอีกครั้ง

“ผมเป็นนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรารู้ว่ามีเรื่องมากมายที่จะพูด และผมไม่อยากพูดเรื่องพวกนี้ ผมได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะย้ายทีม ผมจะย้ายไปทีมโน้นทีมนี้ วันนี้ผมยังอยู่ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และผมจะสู้เพื่อนสโมสรแมนยูกลับไปอยู่จุดที่สูงที่สุดให้ได้”

แมนยู หน้า 77

"ป็อกบา กับ ตราไก่"

นอกจากระดับสโมสรแมนยูที่เล่นได้สุดยอดกับ ยูเวนตุส มันสร้างป็อกบา ให้กลายเป็นกองกลางระดับโลก และมันยังทำให้เขาติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ในปี 2013 อีกด้วย...... ป็อกบาลงประเดิมสนามกับทีมชาติฝรั่งเศสในเกมฟุตบอลโลก2014 รอบคัดเลือกพบกับจอร์เจีย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็เป็นแกนหลังให้กับทัพตราไก่มาโดยตลอด และมาประสบความสำเร็จสุด ๆ ในปี 2018 ป็อกบา พาทีมชาติฝรั่งเศสเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก......

แมนยูหน้า 79

"ดีโน่ คัมแบ็ก"

ลืมตามาดูโลกที่ไวท์เฮเว่น เมื่อ 12 มีนาคม 1997 แมนยู

และตอนอายุ 8 ขวบก็เดินเข้าอะคาเดมี่ของคาร์ไลส์ ยูไนเต็ด โดยใช้เวลา 6 ปี เริ่มต้นเรียนรู้ชีวิต “คนเฝ้าเสา”

จนกระทั่งปี 2017 หนุ่มน้อย ดีน เฮนเดอร์สัน ในวัย 14 จึงมุ่งหน้าสู่ศูนย์ฝึกหัดผู้เล่นเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วค่อย ๆ พัฒนาตามกระบวนการขั้นตอนหลักสูตรต่าง ๆ และถูกเรียกตัวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2015

แต่เมื่อไม่มีที่ว่างในค่ายปีศาจแดง การย้ายไปเล่นด้วยสัญญายืมตัว จึงเปรียบเสมือนหนทางสว่างช่วยให้เขาได้มีโอกาสปล่อยของพิสูจน์ฝีมือ

ต้นปี 2016 สต็อคพอร์ท เคาน์ตี้ ยืมตัวไปเล่นใช้งาน 9 เกมในระดับเนชั่นแนล ลีก นอร์ท

ฤดูกาล 2016/17 กริมสบี้ ทาวน์ ในลีก ทู เปิดโอกาสให้ลงเซฟ 7 เกม

ฤดูกาล 2017/18 ชรูว์บิวรี่ ทาวน์ ในลีก วัน ใช้บริการเขาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยรวม 48 เกมในทุกถ้วย

ฤดูกาล 2018/19 ดีโน่ ยกระดับสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยชีวิตในบรามอลล์ เลน ถือเป็นจุดเปลี่ยน

สำคัญบนถนนลูกหนังของเขา เพราะความไว้วางใจของ ผู้จัดการทีม คริส ไวล์เดอร์ ทำให้เขาได้แสดงศักยภาพแบบฟูลออปชั่นครบถ้วน 46 แมตช์ในลีก พร้อมช่วยให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดจบอันดับ 2 คว้าตัวรีเทิร์นสู่พรีเมียร์ลีกอัตโนมัติ

แมนยู ฤดูกาล 2019/20 ความท้าทายในลีกสูงสุดของแดนผู้ดี คือประสบการณ์แปลกใหม่ และยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่ เฮนดอร์สัน รับมือกับอุปสรรคทุกอย่างได้หมดจด เช่นเดียวกับฟอร์มเหนียวหนึบภายใต้เครื่องแบบดาบคู่ ที่สร้างเซอร์ไพรส์ทำผลงานดีเกินคาด และจบอันดับ 9 บนตารางพรีเมียร์ลีก

ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกัน แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็เปิดประตูอ้าแขนต้อนรับ ดีโน่ สู่ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ หลังจากเคยเล่นในระดับเยาวชน ทรี ไลอ้อนส์ ตั้งแต่ชุดยู-16, ยู-17, ยู-20 และ ยู-21

แม้ยังไม่เคยลงเฝ้าเสาในเกมสิงโตคำราม แต่ ดีน เฮนเดอร์สัน คือขาประจําที่ เซาธ์เกต เรียกมาร่วมทัพอยู่สม่ำเสมอ

ไม่ง่ายเลย สำหรับนักเตะผู้เล่นสโมสรเล็ก ๆ ที่จะเบียดแข้งคลับใหญ่สู่ทำเนียบทีมชาติ แต่ เฮนเดอร์สัน อาศัยวีรกรรมกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เป็นใบเบิกทาง

อย่างไรก็ตาม 2 ซีชั่นของเขากับดาบคู่ได้กลายเป็นอดีตสุดแสนประทับใจไปเรียบร้อย

เมื่อเขาตัดสินใจหวนคืนสู่ต้นสังกัดแท้จริง และเป้าหมายคือการยึดตำแหน่งมือหนึ่งของปีศาจแดง

แมนยู หน้า 80 (ต่อจากเดิม)

ปัญหาฟอร์มตกของ ดาบิด เด เคอา มือหนึ่งสายเลือดสแปนิชที่ออกอาการน่าเป็นห่วงมาตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้บอร์ดบริหารของแมนฯ ยูไนเต็ดต้องการเก็บ เฮนเดอร์สัน ไว้กับทีมต่อไป เนื่องจากทั้ง เซร์คิโอ โรเมโร่ และ ลี แกรนท์ มือกาวอีก 2 รายต่างอายุมากแล้ว

แมนยู ดีโน่ ตัดสินจรดปากกาต่อสัญญาใหม่ในโรงละครแห่งความฝันไปจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2025 พร้อมมีเงื่อนไขขยายต่อเพิ่มอีก 1 ปี โดยรับค่าเหนื่อย 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ มือกาววัย 23 เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่ขอกลับมาร่วมทัพปีศาจแดง หากเป็นแค่มือสอง เพราะไม่ต้องการเป็นตัวสำรองของใคร

แต่หลังการเจรจากับต้นสังกัดผ่านฉลุย แม้ไม่ได้รับการการันตีเรื่องตำแหน่งตัวจริง ทว่าเขาก็ยินดีที่จะกลับมาพิสูจน์ฝีมือเพื่อบรรลุเป้าหมายที่หวังไว้

“ผมไม่คิดว่า เฮนเดอร์สัน จะตอบรับข้อเสนอสัญญาใหม่อีก 5 ปี ถ้าไม่คิดว่าตัวเองจะยึดตำแหน่งมือหนึ่งได้หรอกนะ, บางที ดีน อาจเข้ามาเพื่อทำให้ เด เคอา ยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเอง และเพิ่มทางเลือกให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่เขาเองก็มีศักยภาพที่ดีพอสำหรับทีมแน่นอน” เอเยนต์ส่วนตัวของ ดีโน่ เผย

“เขาเป็นอีกคนที่เชื่อว่าตัวเองดีพอที่จะเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ดังนั้นการเริ่มต้นจากการเป็นตัวสำรอง อาจไม่ทำให้เขาหงุดหงิด ก่อนจะก้าวไปเป็นตัวจริง”

“มีผู้เล่นบางคนที่คุณอาจจะคิดว่า เขาพร้อมรับความกดดันในทุก ๆ สัปดาห์มั้ย? แต่ ดีน จะไม่มีปัญหาในเรื่องนั้นแน่ เพราะเขาเป็นเด็กที่มีความมั่นใจ”

“นอกจากนี้เขาก็พร้อมที่จะผลักดันผู้เล่นคนอื่น ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นเพื่อนที่ดีในการฝึกซ้อม และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน แต่ดีน จะมุ่งมั่นไปที่การเป็นมือหนึ่งของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย"

แมนยู หน้า 81 (ต่อจากเดิม)

คัมแบ็กของ เฮนเดอร์สัน อาจยังไม่มีบทบาทอะไรมากมาย แต่การมี ดีน คอยหายใจรดต้นคอในฐานะมือสอง มันเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีให้มือหนึ่งอย่าง เดฟ ไม่กล้าพลาดง่ายๆ แถมกลับมาคืนฟอร์มเหนียวแน่นอีกครั้ง

แมนยู ดีโน่ ถูกเลือกให้ลงเฝ้าเสาในแมตช์กระชับมิตรก่อนเปิดซีซันกับแอสตัน วิลล่า (แพ้ 0-1)

ส่วน ฤดูกาล 2020/21 เขาลงเฝ้าเสา 2 เกมในคาราบาว คัพ โดยสามารถรักษาคลีนชีตเรียบวุธทั้ง 2 นัดเลย

เกมกับ ลูตัน ทาวน์ กลายเป็นแมตช์ประเดิมเฝ้าเสาอย่างเป็นทางการนัดแรกในสีเสื้อปีศาจแดงของ เฮนเดอร์สัน ซึ่งมีซอตโชว์ซูเปอร์เซฟให้ได้ชื่นชมกันด้วย

แมนยู โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พูดถึง ดีโน่ ว่า “เขามีแรงผลักดันมากๆ เขามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และในที่สุด เขาได้ลงแข่งขันครั้งแรกให้กับเรา"

“ผู้รักษาประตูทำงานของเขา นั่นอาจเป็นงานที่นายทวารของเราต้องทำในบางครั้ง คุณต้องเซฟเมื่อจำเป็นและ ดาบิด เด เคอา ก็ทำแบบนั้นมาหลายปี เหมือนอย่างที่ ดิน ทำในวันนี้”

ด้าน ฆวน มาต้า พูดถึงวีรกรรมซูเปอร์เซฟของ เฮนเดอร์สันว่า “เขาเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่จะมีใครมาช่วยเคลียร์บอลบนเส้นประตู”

สำหรับ ดีน เฮนเดอร์สัน นั่นเป็นเพียงก้าวแรกๆ บนเส้นทางอีกแสนยาวไกล แต่ในฐานะที่เริ่มต้นด้วยดี เขาก็ถือโอกาสโพสต์โมเมนต์น่าประทับใจในแมตช์ประเดิมของตัวเอง

“ผมฝันถึงสิ่งนี้มาทั้งชีวิต!! รู้สึกเหลือเชื่อสุดๆ ที่ได้ประเดิมกับสโมสรแมนยูที่ผมรัก!! คลีนชีตและจบด้วยชัยชนะ!!!”

Tags : , ,
ufa1688
สมัครตอนนี้ คลิกเลย